login / Register  |

10 เรื่องราวเกี่ยวกับกฏแปลกๆหรือธรรมเนียมในที่ทำงานที่ฟังดูแล้วไม่อยากจะเชื่อ

Create : Date 2019-08-07 | Time 19:31:16

กฎระเบียบบริษัทมีไว้เพื่อให้พนักงานทุกๆคนปฎิบัติตามและมีความสำคัญมากๆที่ทุกคนจะต้องรักษาไว้ แต่ก็จะมีกฏใต้ดินหรือธรรมเนียมการปฏิบัติที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นอักษรที่ทุกคนต้องทำตาม

ในที่ทำงานนอกจากจะมีเพื่อนร่วมงาน เจ้านายที่แปลกๆแล้ว ยังมีวัฒนธรรมขององค์กรที่แตกต่างกันและบางที่ก็มีกฏแปลกๆในที่ทำงานที่ฟังดูแล้วตลกมากซึ่งวันนี้เราได้รวบรวมเรื่องเล่ามาฝากกันโปรดใช้พิจารณาในการอ่านด้วยนะค่ะ  และเพื่อนๆเคยเจออะไรมาบ้างอย่าลืมมาแชร์กันนะค่ะ


1.เพื่อให้ยอดขายทะลุเป้าต้องควักกระเป๋าตัวเอง

เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าของหญิงสาวท่านหนึ่ง อายุ 30ปี ที่ทำงานให้กับบริษัทเครื่องสำอางในเครือต่างประเทศและถ้าเมื่อไรยอดขายไม่เป็นไปตามที่คาดไว้แล้วละก็ต้องควักเงินตัวเองมาซื้อ ซึ่งมันดูเหมือนว่าคนในเค้าจะรู้ๆกันถ้าใครไม่ซื้อก็มักจะโดนนินทาหรือแกล้งซึ่งหญิงที่เล่ามานี้กำลังคิดจะเปลี่ยนงานเพราะรับไม่ได้ ไม่ทราบว่าเพื่อนๆเคยมีประสบการณ์เล่านี้บ้างไหมค่ะ

2.มีการจัดคิวตั้งครรภ์ในที่ทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น

เป็นข่าวออกมาเลยทีเดียวเพราะมีผู้หญิงชาวญี่ปุ่นหลายคนออกมายอมรับว่าที่ทำงานที่ตนทำอยู่นั้นมีการจัดคิวตั้งครรภ์ในที่ทำงาน ในความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่พัฒนาและก้าวล้ำไปอย่างมากทางด้านเรื่องของเทคโนโลยีแต่สิ่งที่ยังคงอยู่คือวัฒนธรรมองค์กรหรือค่านิยม แนวคิด แนวทางวิธีปฏิบัติขององค์กรนั้นๆยังคงมีอยู่ รักษากันต่อเนื่องเรื่อยมาโดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ และสิ่งนี้เองถึงแม้จะมีให้วันหยุดลาหยุด คนญี่ปุ่นส่วนมากก็ไม่กล้าใช้เพราะเกรงใจรุ่นพี่ เพื่อนร่วมงาน เพราะคนที่มีอายุมากหน่อยจะเห็นว่าเรื่องงานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็เลยอาจเป็นที่มาที่มีการจัดคิวตั้งครรภ์ในที่ทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น


3.ช่วงพักกลางวันฉันจะทำอะไรก็ได้

บริษัทส่วนใหญ่ในเวียดนามการพักกลางวันเป็นการพักอย่างเป็นทางการโดยปกติหนึ่งชั่วโมงจาก 12.00 น. ถึง 13.00 น. และไม่นับเป็น 8 ชั่วโมงต่อวัน ในช่วงเวลานั้นพนักงานสามารถทำอะไรก็ได้ที่ต้องการกินอาหารกลางวัน เล่นเกมอ่าน  หนังสือพิมพ์ ท่องอินเทอร์เน็ตและนอนหลับพักผ่อน ที่โต๊ะทำงาน โดยส่วนมากมักพากันงีบและมีการปิดไฟที่ทำงานเป็นการประหยัดไฟอีกด้วย

4.การห้ามมีความรัก

เป็นกระแสที่กำลังเป็นที่นิยมและเป็นจับตามองของเหล่าไอดอลบ้านเราที่่ได้รับรับอิทธิพลมาจากประเทศญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่เป็นที่พูดถึงกันอยา่งมากคือ การห้ามมีความรักของเหล่าไอดอล ในวงการบันเทิงญี่ปุ่นนั้น จะห้ามศิลปินสาววัยรุ่นหรือ “ไอดอล” มีคนรักอย่างเปิดเผย แและแน่นอนว่าเมื่อมีภาพของเหล่าไอดอลสาวกับหนุ่มๆ คนสนิทปรากฏอยู่ในหน้าสื่อ ก็มักจะเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที มีบทลงโทษการพักงาน ไปจนถึงการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเลยก็มีให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ และไม่ใช่แค่ของไอดอลเท่านั้นบางบริษัทต่างชาติยังมีกฏห้ามเป็นแฟนกันในบริษัทอีกด้วย


5.อย่าบอกใครนะว่าคุณทำอะไรอยู่

นอกจากอาชีพสายลับ นักสืบแล้วก็ยังมีอีกหลายอาชีพที่คุณจะไม่สามารถบอกใครได้ ว่าคุณทำอะไรอยู่อย่างที่ สวนสนุกดิสนีย์ชื่อดังที่ห้ามพนักงานหรือนักแสดงของดิสนีย์ห้ามเปิดเผยว่าตัวเองได้รับบทอะไรหรือเรื่องราวเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบให้กับคนนอกรู้

6.ห้ามพูด

กฏเหล็กข้อนี้เป็นของอาชีพมาสคอตที่ออกมาทำท่าน่ารักๆให้เราได้ถ่ายรูป ที่ห้ามพูดไม่ใช่อะไรนะเพราะกลัวเป็นการทำลายจินตภาพของผู้ชมและเด็กๆนั่นเอง 

8.รุ่นพี่เป็นใหญ่

ที่ไหนๆก็ยังมีระบบอาวุโส ที่รุ่นน้องต้องเคารพรุ่นพี่ รุ่นพี่ทำถูกเสมอ ถ้ารุ่นพี่ทำผิดก็กลับไปดูข้อสอง ประมาณนี้ มีเรื่องเล่าของผู้ชายคนหนึ่ง ในบริษัทไอทีเล่าไว้ว่าที่บริษัทของเค้าส่วนใหญ่มักเป็นวัยกลางคนถึงเลยกลางคน จะโปรเจคอะไรใหม่ๆทีมักเป็นเรื่องที่ยาก ต้องรอรุ่นพี่ อย่าข้ามหน้าข้ามตาและบางคนโดยเฉพาะน้องที่เพิ่งจบใหม่เข้าใหม่มักโดนรุ่นพี่ใช้ไปซื้อของ จ่ายเงินบ้าง ไม่จ่ายบ้าง 

9.โสดแล้วได้สิทธิพิเศษ

เนื่องจากปัจจุบันผู้หญิงส่วนใหญ่มุ่งเน้นเรื่องการทำงานทำให้ไม่มีเวลาไปคิดเรื่องความรักเท่าไร จนทำให้มีสาวโสดจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ก็เช่นกัน มีบางบริษัท อนุญาตให้พนักงานสาวโสดอายุ 30 ปีขึ้นไปได้วันหยุดเพิ่มในช่วงตรุษจีนเพื่อไปเดทกับหนุ่มๆเพราะอัตราสาวโสดจีนได้เพิ่มขึ้นทุกปี

10.
ลาได้เป็นเดือน

หลังจากที่ทำงานหนักมาเป็นเป็นปี ใครๆก็ต้องการพักผ่อนกับครอบครัว ไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือไปต่างประเทศ เพื่อนๆส่วนใหญ่ลาได้กี่วันคะ ตามกฏหมายแล้วลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงาน ปกติเท่าที่เคยเห็นก็ประมาณ6-14วัน แต่ชาวชาวออสเตรเลียได้รับวันลา 20 วันในแต่ละปีและชาวคนอังกฤษได้รับวันหยุดประจำปี 25 วัน ถ้าวางแผนดีๆแล้วละก็อาจจัดสรรวันหยุดได้เกือบ50วันถ้าตรงช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดเทศกาล